Sony ใช้เวลากว่า 20 ปีในการมุ่งสู่ประสบการณ์การรับชมภาพยนตร์ที่สมบูรณ์แบบที่สุดบนทีวี LCD จอขนาดใหญ่ โดย BRAVIA 9 II คือบทสรุปของการเดินทางครั้งนั้น
ตั้งแต่การเปิดตัว RGB Mini LED Backlight รุ่นใหม่ที่มอบสีสันอันสมจริงยิ่งขึ้น ความสว่างที่สูงขึ้น และการไล่เฉดที่นุ่มนวลยิ่งขึ้น ไปจนถึงการพัฒนาฟิล์มลดแสงสะท้อนที่ช่วยลดแสงสะท้อนบนหน้าจอได้อย่างมาก รวมถึง Mirage Stand อันล้ำสมัยที่สร้างภาพลวงตาให้ภาพดูราวกับลอยอยู่กลางอากาศ—ทุกรายละเอียดได้รับการออกแบบโดยมีเป้าหมายเดียวกัน คือการยกระดับการรับชมภาพยนตร์ให้กลายเป็นประสบการณ์การเล่าเรื่องที่ดื่มด่ำอย่างแท้จริง
เหตุใดวิศวกรจึงกล่าวว่าผลิตภัณฑ์นี้คือ "บทสรุป" ของผลงานของพวกเขา? ผ่านบทสัมภาษณ์เชิงลึกกับทีมพัฒนา เราจะพาคุณไปรู้จักแนวคิด นวัตกรรม และงานฝีมือที่อยู่เบื้องหลัง BRAVIA 9 II
รับชมบทสัมภาษณ์วิศวกรฉบับเต็ม พร้อมคำบรรยายภาษาไทย:
ทีมพัฒนา BRAVIA 9 II
| ผู้จัดการโครงการ Souma 相馬 | เจ้าหน้าที่วางแผนผลิตภัณฑ์ Washino 鷲野 | ผู้เชี่ยวชาญด้านการออกแบบแบ็คไลท์ Shimonozoe 下之園 | |||
| ผู้เชี่ยวชาญด้านการออกแบบฟิล์มลดแสงสะท้อน Uchida 内田 | เจ้าหน้าที่ฝ่ายออกแบบ Yokota 横田 | เจ้าหน้าที่ฝ่ายออกแบบ Kamata 兼田 |
ไฮไลต์บทสัมภาษณ์
เชี่ยวชาญเทคโนโลยี RGB Mini LED Backlight ด้วยองค์ความรู้ที่สั่งสมมายาวนานกว่า 20 ปี
คำถาม
ช่วยเล่าให้เราฟังหน่อยได้ไหมว่า BRAVIA 9 II รุ่นใหม่นี้เป็นผลิตภัณฑ์แบบไหน?

![]()
Souma
ผู้จัดการโครงการ
คำตอบ
BRAVIA 9 II คือรุ่นแฟลกชิปรุ่นล่าสุด ซึ่งได้รับการวางแผนและพัฒนาภายใต้กลยุทธ์ผลิตภัณฑ์ระยะเวลา 3 ปี ควบคู่ไปกับรุ่นก่อนหน้าอย่าง BRAVIA 9 (เปิดตัวในเดือนสิงหาคม 2024 และยังคงวางจำหน่ายควบคู่กัน) ด้วยความมุ่งมั่นที่จะมอบประสบการณ์การรับชมภาพยนตร์ที่ดีที่สุดสู่บ้านของลูกค้า เราได้พัฒนาคุณภาพของภาพให้ก้าวไปอีกขั้นด้วยการแก้ไขความท้าทายต่าง ๆ เช่น การยกระดับสีและความสว่างให้ดียิ่งขึ้น รวมถึงการลดแสงสะท้อนบนหน้าจอ โดยใช้ "มาสเตอร์มอนิเตอร์" ที่ใช้ในระหว่างการถ่ายทำภาพยนตร์เป็นมาตรฐานอ้างอิง กล่าวได้อย่างไม่เกินจริงว่าผลิตภัณฑ์นี้สะท้อนทุกสิ่งที่ทีมพัฒนาของเราตั้งใจทำ และอุดมคติทั้งหมดที่เราต้องการทำให้เป็นจริง
คำถาม
เมื่อเทียบกับ BRAVIA 9 แล้ว เราคาดหวังว่าผู้สืบทอดอย่าง BRAVIA 9 II จะมอบคุณภาพของภาพที่ดียิ่งขึ้น มีการปรับปรุงในด้านใดบ้าง?

![]()
Washino
เจ้าหน้าที่วางแผนผลิตภัณฑ์
คำตอบ
เมื่อศึกษาลึกลงไปถึงสิ่งที่ผู้สร้างสรรค์ผลงานภาพยนตร์ให้ความสำคัญมากที่สุด ผมพบว่ามีองค์ประกอบสำคัญของการถ่ายทอดภาพอยู่ 3 ประการ ได้แก่ สี ความสว่าง และการไล่เฉด ดังนั้นใน BRAVIA 9 II เราจึงได้ยกระดับคุณภาพของภาพในทั้งสามด้านนี้อย่างเต็มที่
คำถาม
หนึ่งในเทคโนโลยีสำคัญที่ช่วยยกระดับคุณภาพของภาพคือเทคโนโลยีล่าสุดที่กำลังได้รับความนิยมในตลาดทีวีอย่าง RGB Mini LED Backlight ช่วยอธิบายได้ไหมว่าเทคโนโลยีนี้คืออะไร?

![]()
Shimonozoe
ผู้เชี่ยวชาญด้านการออกแบบแบ็คไลท์
คำตอบ
เพื่อให้เข้าใจ RGB Mini LED Backlight ได้ง่ายขึ้น ผมขอเริ่มจากการอธิบาย Mini LED Backlight ที่ใช้ในรุ่นก่อนหน้าอย่าง BRAVIA 9 ก่อน
ใน BRAVIA 9 เมื่อเทียบกับ LED ที่ใช้ในทีวี LCD รุ่นก่อน ๆ ได้มีการนำระบบแบ็คไลท์ที่อัดแน่นด้วย Mini LED ขนาดเล็กมากมาใช้ ด้วยการควบคุม Mini LED โดยแบ่งออกเป็นโซนที่ละเอียดมากขึ้น ทำให้สามารถเพิ่มความสว่างในพื้นที่สว่างและควบคุมพื้นที่มืดได้อย่างแม่นยำ ส่งผลให้ได้คอนทราสต์ที่สูง อย่างไรก็ตาม วิธีการสร้างสียังคงเหมือนเดิม กล่าวคือ หนึ่งพิกเซลจะถูกแบ่งออกเป็นซับพิกเซลสีแดง สีเขียว และสีน้ำเงิน และสีต่าง ๆ จะแสดงผลโดยการเปิดหรือปิด LCD ที่อยู่ในแต่ละซับพิกเซลเสมือนเป็นม่านชัตเตอร์ ตัวอย่างเช่น หากต้องการแสดงสีม่วง ก็จะเปิดซับพิกเซลสีแดงและสีน้ำเงิน พร้อมปิดซับพิกเซลสีเขียว
คำถาม
หากซูมหน้าจอทีวี LCD ด้วยแว่นขยายหรืออุปกรณ์ลักษณะเดียวกัน จะสามารถมองเห็นได้ว่าหนึ่งพิกเซลถูกแบ่งออกเป็นสามสี RGB

![]()
Shimonozoe
ผู้เชี่ยวชาญด้านการออกแบบแบ็คไลท์
คำตอบ
ในทางตรงกันข้าม BRAVIA 9 II ยังคงโครงสร้างพื้นฐานของแผง LCD เอาไว้ แต่ติดตั้ง RGB Mini LED Backlight ซึ่งแบ่ง Mini LED ที่อยู่ด้านหลังออกเป็นสามสี RGB และสามารถควบคุมการส่องสว่างของแต่ละสีได้อย่างอิสระ ในขณะที่ Mini LED Backlight ของ BRAVIA 9 ควบคุมได้เฉพาะความสว่าง แต่ RGB Mini LED Backlight สามารถควบคุมสีของแบ็คไลท์ได้อย่างละเอียดด้วยการผสมแสงจากทั้งสามสี ทำให้สามารถสร้างสีที่บริสุทธิ์โดยไม่มีเฉดสีที่ไม่จำเป็นตั้งแต่ขั้นตอนของแบ็คไลท์ และเมื่อทำงานร่วมกับการควบคุมสีผ่าน LCD ก็สามารถแสดงช่วงสีที่กว้างขึ้นได้ นอกจากนี้ แบ็คไลท์แบบ RGB ยังช่วยให้ควบคุมสีได้อย่างละเอียดในระดับที่ก่อนหน้านี้ทำได้ยาก ส่งผลให้การไล่เฉดสีมีความนุ่มนวลยิ่งขึ้น

Mini LED Backlight (ซ้าย) ควบคุมได้เฉพาะความสว่าง ขณะที่ RGB Mini LED Backlight (ขวา) สามารถควบคุมทั้งความสว่างและสีได้อย่างละเอียด
คำถาม
เทคโนโลยี RGB Mini LED Backlight สามารถแก้ไขข้อจำกัดหลายประการของทีวี LCD แบบเดิมได้ อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันมีผู้ผลิตหลายรายที่วางจำหน่ายทีวีซึ่งใช้ RGB Mini LED Backlight แล้ว อะไรคือสิ่งที่ทำให้ RGB Mini LED Backlight ของ Sony แตกต่างจากคู่แข่ง และจุดแข็งที่สำคัญคืออะไร?
![]()
Shimonozoe
ผู้เชี่ยวชาญด้านการออกแบบแบ็คไลท์
คำตอบ
จุดแข็งสำคัญของ RGB Mini LED Backlight ของ Sony คือความแม่นยำของสี โดยธรรมชาติแล้ว LED มีคุณสมบัติที่ความสว่างจะได้รับผลกระทบจากปัจจัยต่าง ๆ เช่น อุณหภูมิและกระแสไฟฟ้า ในระบบ RGB Mini LED นั้น LED สีแดง สีเขียว และสีน้ำเงินแต่ละสีจะตอบสนองต่อปัจจัยเหล่านี้แตกต่างกัน ทำให้การเปลี่ยนแปลงของสภาวะการทำงานสามารถส่งผลให้สมดุลของสีคลาดเคลื่อนได้ง่าย นอกจากนี้ นอกเหนือจากคุณสมบัติของตัว LED แล้ว ยังจำเป็นต้องออกแบบระบบจ่ายไฟที่สามารถจ่ายพลังงานที่เหมาะสมและมีความเสถียรให้กับ LED ของแต่ละสีแบบเรียลไทม์ พร้อมทั้งชดเชยความแตกต่างเพียงเล็กน้อยของคุณภาพชิ้นส่วนและกระบวนการผลิต ซึ่งอาจทำให้เกิดความไม่สม่ำเสมอของสีและความสว่าง
เพื่อแก้ไขปัญหาเหล่านี้ BRAVIA 9 II ได้ใช้ทั้งอัลกอริทึมการขับเคลื่อนเฉพาะของ Sony ที่ได้รับการปรับให้เหมาะกับคุณลักษณะของ LED แต่ละสี รวมถึงอัลกอริทึมควบคุมใหม่ทั้งหมดสำหรับไดรเวอร์ IC ที่ทำหน้าที่ควบคุม LED แต่ละดวงโดยเฉพาะ ส่งผลให้สมดุลของสียังคงแม่นยำแม้ว่าสภาวะการทำงานจะเปลี่ยนแปลงไป และช่วยให้ผู้ชมได้เห็นสีสันตรงตามที่ผู้สร้างสรรค์ผลงานตั้งใจ
![]()
Souma
ผู้จัดการโครงการ
คำตอบ
BRAVIA 9 II ไม่ได้ตรวจสอบเฉพาะอุณหภูมิเท่านั้น แต่ยังตรวจสอบข้อมูลที่หลากหลายจากวงจรแบ็คไลท์ รวมถึงกระแสไฟฟ้าและแรงดันไฟฟ้าที่จ่ายให้กับ LED ด้วย การนำข้อมูลทั้งหมดนี้มาป้อนกลับแบบเรียลไทม์เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพทั้งการประมวลผลภาพและการควบคุมแบ็คไลท์ ทำให้ทีวีได้รับการออกแบบมาเพื่อรักษาความแม่นยำของสีในระยะยาว และส่งมอบภาพที่สวยงามซึ่งคงไว้ตามเจตนารมณ์ของผู้สร้างสรรค์ผลงาน
ความแตกต่างที่เห็นได้ชัดในพริบตาเดียว ประสบการณ์การรับชมภาพยนตร์ที่สมจริงอย่างน่าทึ่งด้วยฟิล์มลดแสงสะท้อนที่พัฒนาขึ้นใหม่
คำถาม
นอกจาก RGB Mini LED Backlight แล้ว อีกหนึ่งการพัฒนาครั้งสำคัญของ BRAVIA 9 II คือการลดแสงสะท้อนจากภายนอกได้อย่างโดดเด่น จนแทบไม่จำเป็นต้องนำมาเปรียบเทียบกันก็สามารถเห็นความแตกต่างได้ เหตุใดจึงให้ความสำคัญกับเรื่องนี้?

![]()
Uchida
ผู้เชี่ยวชาญด้านการออกแบบฟิล์มลดแสงสะท้อน
คำตอบ
เมื่อรับชมทีวีที่บ้าน เป็นเรื่องยากที่จะสร้างสภาพแวดล้อมที่มืดสนิทเหมือนในโรงภาพยนตร์ ในสภาพแวดล้อมที่มีแสงไฟหรือแสงจากหน้าต่าง แสงเหล่านั้นอาจสะท้อนบนหน้าจอและเข้าสู่สายตาของผู้ชม ทำให้ลดความดื่มด่ำในการรับชมลง ผมจึงต้องการสร้างทีวีที่สามารถให้ผู้ชมจดจ่อกับภาพที่สวยงามได้ในทุกสภาพแวดล้อมโดยไม่ถูกรบกวนจากสิ่งเหล่านี้
เราได้พัฒนาฟิล์มลดแสงสะท้อนใหม่ชื่อ "Immersive Black Screen Pro" ซึ่งเคลือบอยู่บนพื้นผิวของแผง LCD เทคโนโลยีนี้ช่วยลดการสะท้อนของแสงด้วยสองแนวทางหลัก แนวทางแรกคือการลดการสะท้อนของแสงจากภายนอกให้เหลือน้อยที่สุด อีกแนวทางหนึ่งคือการกระจายและทำให้แสงที่ตกกระทบฟุ้งเบลอ

อุปกรณ์ทดสอบที่ติดตั้งฟิล์ม "Immersive Black Screen Pro" เฉพาะครึ่งขวาของหน้าจอ
ภาพที่ลอยเด่นราวกับเวทมนตร์ กับนวัตกรรมใหม่ "Mirage Stand"
คำถาม
BRAVIA 9 II มอบความงดงามของภาพที่โดดเด่น และยังใส่ใจในความสวยงามของการออกแบบผลิตภัณฑ์อีกด้วย สิ่งที่โดดเด่นที่สุดคือ "Mirage Stand" ที่สามารถมองทะลุผ่านอีกด้านของขาตั้งได้ ช่วยเล่าถึงที่มาของแนวคิดนี้และวิธีที่ทำให้เกิดขึ้นจริงได้ไหม?

![]()
Yokota
เจ้าหน้าที่ออกแบบ
คำตอบ
เมื่อเทียบกับรุ่นก่อนหน้า BRAVIA 9 II มีตัวเครื่องที่บางลงกว่าเดิมอย่างมาก ซึ่งจะเห็นความแตกต่างได้ชัดเจนเป็นพิเศษเมื่อติดตั้งบนผนัง แต่เราก็ต้องการให้ผู้ใช้งานสัมผัสถึงความ "เบาสบาย" นี้แม้ในขณะใช้งานกับขาตั้ง จึงเป็นที่มาของความท้าทายในการสร้าง "ขาตั้งโปร่งใส" เรามุ่งหวังที่จะออกแบบให้ผู้ชมรู้สึกราวกับว่ามีเพียงภาพเท่านั้นที่ลอยอยู่ตรงหน้า เพื่อเพิ่มความดื่มด่ำไปกับคอนเทนต์
คำถาม
สิ่งที่น่าทึ่งไม่ใช่แค่สามารถมองทะลุผ่านอีกด้านได้เท่านั้น แต่แม้แต่สายเคเบิลที่ควรจะมองเห็นอยู่ด้านหลังก็กลับหายไป ราวกับเป็นเวทมนตร์ สิ่งนี้เกิดขึ้นได้อย่างไร?

![]()
Kamata
เจ้าหน้าที่ออกแบบ
คำตอบ
ส่วนโปร่งใสตรงกลางของ Mirage Stand ใช้แผ่นวัสดุชนิดพิเศษที่เรียกว่า "Lenticular" ซึ่งผ่านการออกแบบเชิงออปติคเพื่อกระจายแสงไปในทิศทางที่กำหนด เมื่อเดินสายเคเบิลไว้ด้านหลังแผ่นวัสดุนี้ ร่องแนวตั้งที่ถูกออกแบบไว้จะช่วยกระจายเส้นสีดำของสายเคเบิล ทำให้สายเคเบิลดูเหมือนหายไปจากสายตา จึงไม่จำเป็นต้องรวบหรือซ่อนสายเคเบิลอีกต่อไป
ข้อความจากทีมพัฒนา
BRAVIA 9 II: จุดสูงสุดแห่งการพัฒนาทีวีของ Sony

นับเป็นเวลากว่า 20 ปีแล้วนับตั้งแต่ Sony เริ่มมุ่งมั่นพัฒนาทีวี LCD จอขนาดใหญ่ ตลอดช่วงเวลานั้น วิศวกรของเราทุกคนมีเป้าหมายร่วมกันเพียงหนึ่งเดียว คือการมอบประสบการณ์การรับชมที่น่าประทับใจและตราตรึงใจที่สุดให้แก่ลูกค้า ความมุ่งมั่นนี้ไม่เคยเลือนหาย แต่ได้รับการถ่ายทอดจากวิศวกรรุ่นหนึ่งสู่รุ่นถัดไป และในวันนี้ เราภูมิใจอย่างยิ่งที่จะนำเสนอ BRAVIA 9 II ซึ่งเป็นผลลัพธ์ของประสบการณ์ ความเชี่ยวชาญ และความทุ่มเทที่สั่งสมมากว่าสองทศวรรษ
ตั้งแต่เริ่มต้น เราถามตัวเองอยู่เสมอว่า จะทำอย่างไรจึงจะสามารถถ่ายทอดทุกอารมณ์ ความตั้งใจ และรายละเอียดอันละเอียดอ่อนที่ผู้สร้างสรรค์ผลงานบรรจุไว้ในผลงานได้อย่างครบถ้วนโดยไม่ลดทอน BRAVIA 9 II คือคำตอบของเรา ทุกองค์ประกอบของทีวีเครื่องนี้ได้รับการออกแบบด้วยความพิถีพิถันอย่างไม่ประนีประนอม ไม่ว่าจะเป็นเทคโนโลยีแบ็คไลท์ล่าสุดเพื่อคุณภาพของภาพที่ยอดเยี่ยม ฟิล์มลดแสงสะท้อนที่พัฒนาขึ้นใหม่ วิศวกรรมโครงสร้างที่แม่นยำ ระบบจัดการความร้อนขั้นสูง การปรับแต่งภาพอย่างละเอียด และการออกแบบระบบเสียงอันเป็นเอกลักษณ์ของ Sony ที่ทำให้บทสนทนาดูเหมือนดังออกมาจากหน้าจอ เสมือนอยู่ในโรงภาพยนตร์
การออกแบบก็มีเอกลักษณ์ไม่แพ้กัน คุณสมบัติต่าง ๆ เช่น Mirage Stand ใหม่ สะท้อนถึงแนวคิดด้านงานฝีมืออันเป็นเอกลักษณ์ของ Sony สร้างภาพลวงตาราวกับว่าภาพกำลังลอยอยู่ตรงหน้าคุณ เราเชื่อว่า ด้วยการสืบทอดองค์ความรู้จากวิศวกร Sony หลายรุ่น เราได้สร้างทีวีที่เป็นตัวแทนของจุดสูงสุดแห่งมรดกด้านวิศวกรรมโทรทัศน์ของ Sony อย่างแท้จริง
ไม่ว่าคุณจะเป็นผู้ที่ชื่นชอบผลิตภัณฑ์ของ Sony มาอย่างยาวนาน หรือเพิ่งได้สัมผัสทีวี Sony เป็นครั้งแรก เรามั่นใจว่า BRAVIA 9 II จะมอบประสบการณ์ความบันเทิงในอีกระดับหนึ่งให้กับคุณ ขอเชิญคุณไปสัมผัสคุณภาพของภาพอันน่าทึ่งและเสียงที่สมจริงได้ด้วยตัวเองที่ตัวแทนจำหน่ายใกล้บ้าน และหวังเป็นอย่างยิ่งว่า BRAVIA 9 II จะได้เป็นส่วนหนึ่งในบ้านของคุณ
Souma
ผู้จัดการโครงการ