
งาน Sony Cinema Experience จัดโดย Sony Singapore ร่วมกับ So Drama! Entertainment, Nanlite และ Zeiss ได้เปิดตัวอุปกรณ์รุ่นใหม่ล่าสุดในกลุ่ม Cinema Line ของ Sony ได้แก่ VENICE Extension System Mini และ OCELLUS โดยหัวใจสำคัญของงานนี้คือการสร้างบทสนทนาเชิงสร้างสรรค์ที่มีคุณค่าโดยเน้นไปที่ "การพูดคุยแลกเปลี่ยนไอเดีย" มากกว่าแค่เรื่องของอุปกรณ์ และไฮไลต์สำคัญอยู่ที่การร่วมแชร์ประสบการณ์ของ Liam Brennan
Liam Brennan ตากล้องจากออสเตรเลีย ที่ได้รับรางวัล ACS Gold Tripod ถึงสองครั้ง และเป็นผู้คร่ำหวอดในวงการมาทั้งงานโฆษณาและภาพยนตร์ การที่ Brennan มาร่วมแชร์ประสบการณ์ในงานนี้ ช่วยสร้างบรรยากาศงานให้เต็มไปด้วยแรงบันดาลใจ ที่สะท้อนถึงความละเอียดอ่อน ความจริงจัง และความมุ่งมั่นทุ่มเทในศาสตร์แห่งการสร้างสรรค์ภาพยนตร์อย่างแท้จริง
ความสมดุลคือหัวใจสำคัญ
Brennan แชร์แนวคิดที่สะท้อนและเข้าถึงผู้ฟังทั้งห้องอย่างชัดเจนว่า

“ความสมดุลคือสิ่งสำคัญเสมอในทุกงาน เทคโนโลยี การเล่าเรื่อง และการทำงานร่วมกัน ล้วนเป็นองค์ประกอบที่มีความสำคัญเท่าเทียมกัน ในฐานะผู้กำกับภาพ หากไม่มีเรื่องราว ก็ย่อมไม่มีการถ่ายทำ แต่หากขาดเทคโนโลยีและการร่วมมือกัน เรื่องราวเหล่านั้นก็คงไม่มีโอกาสถ่ายทอดออกมา”
แนวคิดนี้ตอกย้ำว่า ไม่ว่าเครื่องมือจะล้ำสมัยเพียงใด ก็ยังคงมีหน้าที่เพื่อรองรับและสนับสนุน “การเล่าเรื่อง” เป็นหลัก และตลอดช่วงการบรรยาย Brennan ก็ได้ถ่ายทอดให้เห็นอย่างชัดเจนว่า ความสมดุลดังกล่าวถูกนำไปใช้จริงในกระบวนการทำงานได้อย่างไร
ความคล่องตัวที่ไม่ลดทอนคุณภาพ
จากผลงานล่าสุดของเขาเรื่อง “Changi – Taste of Asia” ซึ่งถ่ายทำใน 4 ประเทศทั่วเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ภายในเวลาเพียง 12 วัน Brennan เล่าถึงความเป็นจริงของการทำงานกับทีมขนาดเล็กให้ฟังว่า

Sony BURANO คือคำตอบสำหรับการทำงานของเขา ด้วยขนาดที่กะทัดรัด พกขึ้นเครื่องบินได้สะดวก รองรับการถ่ายทำแบบ X-OCN LT ที่ช่วยให้เกรดสีได้ยืดหยุ่น มีระบบโฟกัสอัตโนมัติที่เชื่อถือได้ เมื่อต้องทำงานโดยไม่มีโฟกัสดึง (focus puller) รวมถึง Auto ND ที่ช่วยปรับแสงได้อย่างรวดเร็วในสภาพแสงที่ท้าทาย และระบบ Dual Base ISO ที่รองรับการถ่ายในสภาพแสงน้อยได้ดี
สำหรับเขา “ความคล่องตัว” เป็นสิ่งสำคัญก็จริง แต่ต้องไม่แลกมาด้วยคุณภาพของภาพ
สำหรับ Brennan กล้องที่ดีคือกล้องที่ไม่ดึงความสนใจไปจากเรื่องราว แต่เป็นเครื่องมือที่ช่วยให้เขาจดจ่อและอยู่กับเรื่องราวตรงหน้าได้อย่างเต็มที่
สามารถรับชมซีรีส์ “Changi – Taste of Asia” ได้ที่นี่:
ความคล่องตัวในขนาดกะทัดรัด: VENICE Extension System Mini, OCELLUS และ BURANO

ช่วงต้นของการบรรยาย Oishi Takashi ผู้เชี่ยวชาญด้าน Sony Cinema Line และ Virtual Production ได้แนะนำ VENICE Extension System Mini ระบบขยายกล้องขนาดเล็กพิเศษ ที่ยังคงคุณภาพของภาพระดับ VENICE 2 ไว้ได้ครบถ้วน
เขาอธิบายจุดแตกต่างสำคัญระหว่าง Mini กับ VENICE Extension System 2 โดยรุ่น Mini มาพร้อมเซ็นเซอร์ full-frame CMOS ความละเอียด 8.6K ในตัว และมีขนาดเล็กกว่าระบบ Extension System 2 ประมาณ 70% (ไม่รวมหน่วยสายเคเบิล) การออกแบบที่กะทัดรัดนี้ช่วยให้ผู้สร้างภาพยนตร์สามารถวางกล้องในพื้นที่ที่แคบมากๆ หรือบนอุปกรณ์ติดตั้ง (rig) น้ำหนักเบา ซึ่งปกติไม่สามารถทำได้ ขณะเดียวกันยังคงรักษาคุณภาพของภาพในระดับ VENICE 2 ได้อย่างครบถ้วน


นอกจากนี้ เขายังแนะนำ OCELLUS ระบบติดตามกล้องอเนกประสงค์ที่ผสานข้อมูล metadata ของเลนส์และกล้องเข้าด้วยกัน โดยไม่จำเป็นต้องใช้ IR marker หรือกล้องแบบติดตั้งถาวร
ในระหว่างการสาธิต เขาได้แสดงให้เห็นว่าระบบนี้สามารถใช้ในการสร้างแผนที่และเก็บข้อมูลตำแหน่งได้แบบเรียลไทม์ได้อย่างง่ายดาย เมื่อศักยภาพของเทคโนโลยีถูกเผยออกมา ผู้เข้าร่วมงานจำนวนมากต่างประทับใจ่ที่มันช่วยลดความซับซ้อนของ workflow ในงาน virtual production ซึ่ง Brennan สรุปช่วงเวลานั้นด้วยคำพูดว่า “ผมอยากย้ำอีกครั้ง — นี่คือสิ่งที่พลิกวงการอย่างแท้จริง”

Brennan ยังเล่าเรื่องราวจากโปรเจกต์อื่นๆ ของเขา รวมถึงงานโปรโมทกีฬาที่ต้องถ่ายทำอย่างรวดเร็ว ภายใต้ข้อจำกัดเรื่องเวลา และการเข้าถึงตัวนักกีฬา เขาอธิบายว่า VENICE 2 ช่วยให้กระบวนการถ่ายทำรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ ขณะที่ VENICE Extension System 2 มอบความยืดหยุ่นให้ปรับเปลี่ยนตามสถานการณ์ได้ทันที ไม่ว่าจะสะพายหลังหรือวางบนขาตั้งกล้อง รูปทรงที่กะทัดรัดช่วยให้สามารถทำงานได้อย่างสบายตลอดทั้งวัน
นอกจากนี้ เขายังโชว์การตั้งค่าระบบ Rigging ในแบบของเขาเอง รวมถึงการตั้งค่าทั่วไป สาธิตให้เห็นว่าขนาดตัวกล้องที่เล็กลงช่วยให้สามารถถ่ายทำในสไตล์เดิมได้คล่องตัวและอิสระมากยิ่งขึ้น

การสาธิต VENICE Extension System Mini ถือเป็นหนึ่งในไฮไลต์ของงาน โดยแสดงให้เห็นข้อดีหลักและคุณภาพของภาพในการใช้งานจริงอย่างชัดเจน

ขณะที่นักแสดง parkour เคลื่อนไหวอย่างรวดเร็ว Brennan ก็สามารถติดตามการเคลื่อนไหวได้อย่างราบรื่น ด้วยขนาดที่กะทัดรัดเป็นพิเศษของ VENICE Extension System Mini ทำให้เขาเข้าใกล้ตัวแบบและเคลื่อนไหวได้คล่องตัว โดยไม่ติดข้อจำกัดเหมือนระบบกล้องภาพยนตร์ขนาดใหญ่
นอกจากนี้ Brennan ยังสาธิตการติดตั้ง BURANO ในรูปแบบ run-and-gun ที่เหมาะสำหรับการเคลื่อนไหว ความเร็ว และการถ่ายทำตามสัญชาตญาณ ผู้เข้าร่วมงานยังมีโอกาสทดลอง BURANO ในช่วง touch-and-try เพื่อสัมผัสประสบการณ์การถ่ายทำฉากก parkour ด้วยกล้องภาพยนตร์ขนาดกะทัดรัดนี้อย่างใกล้ชิด

Brennan เน้นย้ำว่า “ช่วงที่โดดเด่นที่สุดในการสาธิต VENICE Extension System Mini คือการส่งกล้องให้ผู้ชมทดลองใช้งาน และยังได้เห็นว่า คนที่ไม่เคยใช้กล้องใหญ่กว่า Alpha 7 ก็สามารถสร้างช็อต ทดลอง และควบคุมกล้อง Mini ได้อย่างง่ายดาย ทุกคนรู้สึกเป็นอิสระกับชุดกล้อง handheld ขนาดเล็ก แทนที่จะรู้สึกกดดันจากกล้องภาพยนตร์ขนาดใหญ่”
สารที่ชัดเจนคือ เทคโนโลยีควรช่วยส่งเสริมศักยภาพ ไม่ใช่สร้างความกดดัน
ศิลปินและช่างเทคนิค
เมื่อพูดถึงผู้กำกับภาพรุ่นใหม่ที่ต้องเผชิญกับการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีอย่างรวดเร็ว Brennan ได้แบ่งปันมุมมองจากประสบการณ์ของตนเอง

“ตอนนี้เทคโนโลยีเปลี่ยนเร็วกว่าเดิมมาก ในฐานะผู้กำกับภาพ งานของเราคือการติดตามการเปลี่ยนแปลงเหล่านี้ เพราะมันสามารถเปิดโอกาสใหม่ๆ ให้เราในการถ่ายทอดวิสัยทัศน์ของผู้กำกับ ในสายตาของผม ผู้กำกับภาพคือการผสมผสานระหว่างศิลปินและช่างเทคนิค เราถูกจ้างมาเพื่อเข้าใจและทำในสิ่งที่ผู้อื่นทำไม่ได้ ดังนั้น งานของเราคือการเรียนรู้และเชื่อมโยงกับเครื่องมือใหม่ๆ อย่างเต็มที่ เทคโนโลยีที่ดีที่สุดควรช่วยให้เราเข้าถึงตัวเองในฐานะศิลปินได้ง่ายขึ้น ไม่ใช่ทำให้กระบวนการนั้นซับซ้อนกว่าเดิม”
ชุมชนที่เคลื่อนไหว
ไม่ใช่แค่การสาธิต งานนี้กลายเป็นเวทีแลกเปลี่ยนแบบมีส่วนร่วม ผู้เข้าร่วมได้ลองใช้กล้องด้วยตัวเอง พูดคุยเรื่องวิธีการติดตั้ง และเรียนรู้เทคนิคของ Brennan อย่างใกล้ชิด มีคำถามเกิดขึ้นมากมาย ตั้งแต่กลยุทธ์การตั้งค่า ไปจนถึงการตัดสินใจเชิงสร้างสรรค์ภายใต้ความกดดัน
Brennan ได้ทิ้งท้ายด้วยข้อคิดที่น่าจดจำว่า
“ความสมบูรณ์แบบคือศัตรูของความสำเร็จ อย่าลืมว่าการล้มเหลวไม่ใช่เรื่องผิด จงกล้า ทดลอง ปล่อยวางอีโก้ และลงมือทำอย่างเต็มที่”
ในจังหวะนั้น งาน Sony Cinema Experience จึงไม่ได้รู้สึกเหมือนแค่การจัดแสดง แต่เหมือนเป็นคำเชิญให้ผู้เข้าร่วมได้สำรวจ ทดลองทำงานร่วมกัน และผลักดันขอบเขตความสร้างสรรค์ด้วยความมั่นใจ
กิจกรรมเช่นนี้ Sony ยังคงสร้างพื้นที่อันมีคุณค่าสำหรับการแบ่งปันความรู้และประสบการณ์ตรง ตอกย้ำความมุ่งมั่นในการสนับสนุนผู้สร้างภาพยนตร์ด้วยเครื่องมือที่ไม่ได้มีไว้เพียงบันทึกภาพ แต่ยังเปิดโอกาสใหม่ๆ ให้กับการสร้างสรรค์อย่างแท้จริง